ศัลยแพทย์ระบบประสาทและสมองโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้รักษาผู้ป่วยชายอายุ 50 ปีเศษ มีประวัติอาการปวดหลังบริเวณเหนือกระดูกก้นกบมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยไม่มีอาการไข้หรือเสียวชาปลายเท้า และยังสามารถประกอบกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม หลังจาก 6 เดือน อาการเริ่มทรุดลง ผู้ป่วยมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด และปวดหลังรุนแรงขึ้น พร้อมกับมีอาการปวดเสียวชาที่ขาทั้งสองข้าง ผู้ป่วยได้รับการรักษาเบื้องต้นที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน โดยแพทย์พบความผิดปกติและมีข้อสงสัยมีภาวะหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท ได้แนะนำให้มารับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ ฯ ต่อมาศัลยแพทย์ระบบประสาทและสมองโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ ฯ ได้ทำการตรวจและพบสิ่งต้องสงสัยกดทับไขสันหลัง จึงส่งตรวจทางรังสีเพิ่มเติมและผลการตรวจพบว่าผู้ป่วยมีอาการวัณโรคกระดูกสันหลัง ทีมแพทย์จึงวางแผนทำการผ่าตัด พบกระดูกสันหลังระดับ L1-2 มีก้อนบวมและมีถุงหนองขนาดใหญ่กดทับไขสันหลังและเส้นประสาท พบว่ารอยโรคทำลายบางส่วนของกระดูกทั้งสองระดับ ศัลยแพทย์ได้ทำการระบายหนองออกและส่งชิ้นเนื้อไปเพาะเชื้อและตรวจทางพยาธิวิทยา ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ โดยหลังผ่าตัด 3 วัน ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นอย่างต่อเนื่องมีการฟื้นฟูอวัยวะที่เคยอ่อนแรงได้ดี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญศัลยศาสตร์ระบบประสาทและสมองโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ ฯ เตือนว่า ผู้ที่มีภาวะปวดหลังเรื้อรัง ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยโรคอย่างเหมาะสมจากแพทย์ และพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที ป้องกันภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นได้
ในผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลัง ซึ่งเกิดจากการนอนติดเตียงเป็นเวลานานจนเกิดภาวะติดเชื้อเรื้อรังและมีโพรงหนองภายในแผล ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่ง ได้ดำเนินการผ่าตัดโดยใช้เทคนิคขั้นสูง ซึ่งรวมถึงการตัดเนื้อรอบแผลออก การตัดกระดูกก้นกบส่วนที่กดทับและการโยกกล้ามเนื้อพร้อมดึงเนื้อเยื่อจากบริเวณข้างเคียงมาปิดแผล ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ โดยคาดว่าจะสามารถตัดไหมได้ภายใน 14 วันแผลจะหายเป็นปกติ นอกเหนือจากการรักษาแล้ว ทางแพทย์ยังได้ให้คำแนะนำในการดูแลผู้ป่วยนอนติดเตียงอย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันการเกิดแผลกดทับซ้ำ ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภา

