บ่ายวันนี้ (6 กุมภาพันธ์ 2569) นายแพทย์กิตติ รัตนสมบัติ รักษาการแทนผู้อำนวยการ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และ นายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 11 ร่วมลงนามบันทึกสัญญาความเข้าใจของหน่วยงานที่ร่วมฝึกภาคปฏิบัติและฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ของสถาบันหรือสถานพยาบาลซึ่งได้รับอนุญาตให้ถ่ายทอดความรู้ สําหรับการฝึกอบรมในวิชาชีพ การแพทย์แผนไทย พ.ศ.2557 (หลักสูตรผู้ช่วยแพทย์แผนไทย 372 ชั่วโมง) พร้อมด้วย นายแพทย์สุทธิพจน์ ชยณัฐพงศ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช และผู้อำนวยการจากโรงพยาบาลต่าง ๆ เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน การลงนามในบันทึกสัญญาความเข้าใจฉบับนี้ เป็นการประสานความร่วมมือระหว่าง โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช) ภายใต้พระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2556 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการถ่ายทอดความรู้ในวิชาชีพการแพทย์แผนไทยให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยที่ได้รับอนุญาต จากโรงพยาบาลต่าง ๆ เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้แก่ผู้เข้าฝึกอบรมผู้ช่วยแพทย์แผนไทย โดยมีแหล่งฝึกภาคปฏิบัติและฝึกประสบการณ์ 11 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ ฯ โรงพยาบาลสิชล โรงพยาบาลขนอม โรงพยาบาลร่อนพิบูลย์ โรงพยาบาลท่าศาลา โรงพยาบาลปากพนัง โรงพยาบาลหัวไทร
เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ผศ.กำไล สมรักษ์ รักษาการแทนรองผู้อำนวยการฝ่ายปฐมภูมิ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานภารกิจปฐมภูมิ เข้าร่วมพิธีเปิดกิจกรรม Kick Off โครงการคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเครื่องเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ (Mammogram) และเปิดตัวนวัตกรรมแอปพลิเคชัน “หมออุ่นใจ” โดยมี นายแพทย์สุทธิพจน์ ชยณัฐพงศ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธี ณ อาคารอเนกประสงค์ เทศบาลตำบลพรหมโลก อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช สำหรับการจัดกิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ โดยมุ่งเน้นการเพิ่มโอกาสให้สตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาสได้เข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมอย่างทั่วถึง ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย พร้อมทั้งมีการนำนวัตกรรมแอปพลิเคชัน “หมออุ่นใจ : เพื่อนคู่คิด พิชิตมะเร็งปากมดลูก” มาใช้เป็นเครื่องมือในการดำเนินงานเชิงรุก เพื่อคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในกลุ่มสตรีที่เข้าถึงบริการได้ยาก ซึ่งเป็นการบูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่ายสุขภาพอำเภอพรหมคีรี เพื่อการขยายผลสู่ต้นแบบของจังหวัดนครศรีธรรมราชระดับเขตและระดับประเทศต่อไป
เมื่อวันที่ 14 – 15 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ทีมบุคลากร โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นำโดย ผศ.นพ.ปวรุตม์ พวงศรี รักษาการแทนผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ ได้เข้าร่วมการประชุมวิชาการระดับชาติด้านเวชศาสตร์วิถีชีวิต ครั้งที่ 3 ภายใต้หัวข้อ “เวชศาสตร์วิถีชีวิตและการโค้ช : จังหวะชีวิตเพื่ออายุที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี” พ.ศ. 2568 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร โดยมี ดร.นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุม เพื่อส่งเสริมนโยบายการสร้างสุขภาพเชิงรุกให้กับประชาชนทั่วประเทศ ในการนี้ ดร.นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร เผยว่า กระทรวงสาธารณสุขกำลังมุ่งปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ด้านสุขภาพจากการเน้นการรักษาโรคไปสู่การสร้างสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) อย่างยั่งยืน ซึ่งไม่อาจพึ่งพาเพียงยาหรือเทคโนโลยีทางการแพทย์ได้ แต่ต้องอาศัยบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์วิถีชีวิตและการโค้ช เพื่อนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้จริงในระดับประชาชน ชุมชน และระบบบริการสุขภาพ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางนโยบายสุขภาพระยะยาวของประเทศ ขณะที่ ดร.นพ.ปองพล วรปาณิ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเสริมว่า เวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine)
วันนี้ (16 มกราคม 2569) โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ให้การต้อนรับคณาจารย์ สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พร้อมด้วยคณาจารย์และนักศึกษาจาก University of San Carlos ประเทศฟิลิปปินส์ เนื่องในโอกาสเข้าศึกษาดูงานฝ่ายเภสัชกรรม โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ ฯ ภายใต้กิจกรรม WU/USC Exchange Programme 2026โดยการศึกษาดูงานในครั้งนี้ มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระบบบริหารจัดการยาที่ครบวงจร ทั้งในส่วนของงานเภสัชกรรมผู้ป่วยนอก (OPD) งานเภสัชกรรมผู้ป่วยใน (IPD) งานเภสัชกรรมการผลิตและการบริหารจัดการคลังยา และหอผู้ป่วยอายุรกรรม เพื่อให้นักศึกษาได้สัมผัสประสบการณ์การทำงานจริงในสถานพยาบาล พร้อมทั้งเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์วิชาชีพและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันในเครือข่ายอาเซียน
เสร็จสิ้นไปแล้วสำหรับกิจกรรม “ส่งท้ายปีสุขภาพดี ต้อนรับปีใหม่” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 11 ธันวาคม 2568 โดยโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ให้บริการตรวจและคัดกรองสุขภาพแก่ประชาชนทั่วไปและบุคลากรศูนย์การแพทย์ ฯ ซึ่งมีผู้เข้ารับบริการกว่า 500 ราย โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ ฯ ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรม ทั้งนี้ โรงพยาบาลมีแผนจัดกิจกรรมตรวจสุขภาพอีกในอนาคต โปรดติดตามวันและเวลาการจัดกิจกรรม ผ่านประกาศของโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ ฯ
วันนี้ (11 ธันวาคม 2568) รศ.ดร.อุไร จเรประพาฬ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กำกับศูนย์การแพทย์ ฯ เป็นประธานเปิด “งานประชุมวิชาการแพทย์ส่องกล้องกระดูกสันหลังภาคใต้ ครั้งที่ 1” อย่างเป็นทางการ โดยมี นพ.วชิรพงษ์ ชนะ แพทย์เฉพาะทางสาขาออร์โธปิดิกส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดส่องกล้องกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ ฯ กล่าวรายงาน พร้อมด้วยศัลยแพทย์ แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์จากสถาบันต่าง ๆ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมหัวตะพาน ชั้น 3 อาคารจุฬาภรณเวชวัฒน์ ภายในงาน ได้รับเกียรติจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดส่องกล้องกระดูกสันหลังจากทั่วประเทศ มาเป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ ทั้งด้านแนวทางการรักษา เทคนิคการผ่าตัดและการประยุกต์ใช้เครื่องมือเฉพาะทางที่เกี่ยวข้อง การประชุมครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของศัลยแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ในภาคใต้และทั่วประเทศ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เพิ่มพูนทักษะและความเชี่ยวชาญ ในการรักษาโรคกระดูกสันหลังด้วยเทคนิคการผ่าตัดส่องกล้อง ซึ่งเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพ ช่วยลดการบาดเจ็บ ฟื้นตัวได้เร็วและส่งเสริมผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้ป่วย นอกจากนี้ ยังเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการผ่าตัดส่องกล้องกระดูกสันหลัง ซึ่งกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านกระบวนการรักษาและนวัตกรรมใหม่ ช่วยยกระดับมาตรฐานการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคกระดูกสันหลังของประเทศไทยให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง 0 7547 9999 กด 0
เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.00 – 12.00 น. ทีมบุคลากร แผนกคลังเลือดและการบริการโลหิต โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ออกหน่วยรับบริจาคโลหิตนอกสถานที่ ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหาร เพื่อจัดหาโลหิตในการรักษาผู้ป่วย ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการช่วยชีวิตในสถานการณ์ต่าง ๆ โดยในกรณีที่ต้องใช้โลหิตจำนวนมาก เช่น การผ่าตัดใหญ่ รักษาผู้ป่วยอาการวิกฤต รวมถึงผู้ป่วยโรคโลหิตที่ต้องรับโลหิตอย่างสม่ำเสมอ เช่น ผู้ป่วยโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย และผู้ป่วยโรคเกล็ดเลือดต่ำ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ ฯ ขอเชิญชวนและเน้นย้ำความสำคัญของ “การให้” ที่ยิ่งใหญ่นี้ โดยขอเชิญชวนประชาชนผู้มีสุขภาพแข็งแรงร่วมบริจาคโลหิตได้ ทุก ๆ 3 เดือน ณ โรงพยาบาลใกล้บ้านท่าน เพราะการบริจาคโลหิตถือเป็นการช่วย “ส่งต่อชีวิต” และร่วมสร้างโอกาสในการมีชีวิตใหม่ให้กับผู้ป่วย
โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดแก้ไขรูรั่วผนังกั้นหัวใจ ในผู้ป่วยเด็ก 2 ราย ภายใต้โครงการพัฒนาเครือข่ายการผ่าตัดโรคหัวใจในเด็กภาคใต้ตอนบน ร่วมกับ มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพการรักษาโรคหัวใจเด็ก ในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนและลดความแออัดในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ ทีมศัลยแพทย์เฉพาะทาง อนุสาขาศัลยศาสตร์ทรวงอก หัวใจและหลอดเลือด นำโดย นายแพทย์สมชาย ไวกิตติพงษ์ และนายแพทย์ภานุวัฒน์ คงเสรีนนท์ ทำการผ่าตัดรักษาโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในผู้ป่วยเด็ก 2 ราย รายแรกเป็นเด็กชาย อายุ 2 ปี 8 เดือน แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นรูรั่วผนังกั้นหัวใจห้องบน (Atrial Septal Defect: ASD) รายที่สองเป็นเด็กหญิงอายุ 3 ปี เป็นรูรั่วผนังกั้นหัวใจห้องล่าง (Ventricular Septal Defect: VSD) ทั้งสองรายฟื้นตัวเป็นปกติ หลังการผ่าตัดเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 นพ.สมชาย ไวกิตติพงษ์ เผยว่า การผ่าตัดโรคหัวใจในเด็กมีความซับซ้อนและต้องใช้ความละเอียดอ่อนสูงกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของทีมสหสาขาวิชาชีพ ทั้งศัลยแพทย์หัวใจ วิสัญญีแพทย์ นักเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก
โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เปิดให้บริการผ่าตัดตาและจอประสาทตาด้วย ระบบภาพ 3 มิติ (Three-Dimensional Visualization System) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเป็นแห่งแรกในภาคใต้ที่นำระบบนี้มาใช้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคมชัดและความละเอียดของภาพ ทำให้ทีมจักษุแพทย์สามารถมองเห็นโครงสร้างภายในดวงตาได้อย่างชัดเจนและแม่นยำยิ่งขึ้น โดยการผ่าตัดในครั้งนี้ดำเนินการโดย ผศ.นพ.จักรกฤษณ์ จูห้อง (แพทย์เฉพาะทางอนุสาขาจอประสาทตาและวุ้นตา) จุดเด่นของระบบภาพ 3 มิติ มองเห็นคมชัดและละเอียดมากขึ้น ทำให้ผ่าตัดได้อย่างแม่นยำรองรับการรักษาโรคตาที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ใช้แสงระหว่างผ่าตัดน้อยลง ลดความเสี่ยงต่อการทำลายจอประสาทตา เพิ่มความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพแก่ผู้ป่วย จักษุแพทย์ผ่าตัดได้สะดวกขึ้น ลดความเหนื่อยล้าจากการผ่าตัดนาน ๆ เพิ่มประสิทธิภาพในด้านการเรียนการสอนของแพทย์และนักศึกษาแพทย์ การนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ เป็นความมุ่งมั่นของโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ ฯ ในการพัฒนาและยกระดับการรักษาให้ทัดเทียมระดับสากล เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่และภาคใต้ได้รับบริการทางการแพทย์ที่ดีที่สุด
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2568 แผนกวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม ร่วมกับ แผนกเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดอบรม “การช่วยเหลือผู้ประสบเหตุฉุกเฉินกรณีลิฟต์โดยสารค้างขั้นสูง” เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะของเจ้าหน้าที่ ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยการอบรม มุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจขั้นตอนการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุจากลิฟต์โดยสารค้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และปลอดภัย ซึ่งได้รับเกียรติจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ บริษัท ฮิตาชิ เอลลิเวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด มาเป็นวิทยากร ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคนิคการช่วยเหลือตามมาตรฐานในระดับมืออาชีพ ซึ่งอบรมดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรให้มีความพร้อม ในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน อันจะช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพการให้บริการแก่ผู้เข้ารับบริการ 0 7547 9999 กด 0 “เพราะทุกเวลาของเราคือการดูแลคุณ” #ข่าวทั่วไปWUH









